แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำแนะนำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำแนะนำ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เช้าวันนี้ คุณหมอนัดทิพย์ตรวจครรภ์ ครั้งที่ 4

        นับถึงวันนี้ อายุครรภ์ของว่าที่คุณแม่คนใหม่ของผม ครบ 4 เดือนพอดี หมอนัดตรวจเมื่อเช้านี้เอง 8.00-9.00 น. ( 3 ก.ค. 53 ) วันนี้ว่าที่คุณแม่ของลูกผม สดใส ตื่นนอนแต่เช้าก่อน พลขับ อาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมไปพบคุณหมอ อาการแพ้ท้องหายเป็นปลิดทิ้งครับ ไม่มีอาการเหมือนช่วง เดือนที่ 1 , 2 และ 3  เราไปถึง  รพ.นวมินทร์ก่อน แปดโมงเช้า รอที่โถงก่อนขึ้นไปแผนกสูตินารีเวช ตอน8.00 น. วันนี้มีว่าที่คุณแม่หลายคน มารอ แต่ละคนท้องโตกันทั้งนั้นครับ  ทำให้เมียผมต้องนอยส์ นิดหนึ่ง เพราะท้องไม่ค่อยโตเท่าไหร่ ตอนพบหมอ หมอก็ไม่ได้ทักอะไรที่ผิดปกติ  ในเรื่องของน้ำหนักของคุณแม่หมอแนะนำให้ทำน้ำหนักสัปดาห์ละ ครึ่ง กิโล หลังจาก 4 เดือนไป และหมอได้แนะนำเรื่องดื่มนม หมอแนะนำให้ดื่มนมจืด ถ้าทานนมหวาน นน.คุณแม่จะเพิ่มขึ้นเยอะมาก  อาจเป็นเพราะสาเหตุนี้ก็ได้ที่ นน.ทิพย์ไม่เพิ่มขึ้นเพราะเราให้เขาทานนมจืด มาตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์และทานมาเรื่อย  น้ำหนักเธอเลยไม่เพิ่มขึ้นมาก แต่ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วนแน่นอน ครับ ไม่ให้เสียชื่อว่าที่คุณพ่อและคุณแม่ ที่ร่ำเรียนมาทาง สาธารณสุขศาสตร์ ทั้งสองคน

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คำแนะนำในการปฏิบัติตัวของคุณแม่ เมื่อมีอาการแพ้ท้อง

คำแนะนำในการปฏิบัติตัวของคุณแม่ เมื่อมีอาการแพ้ท้อง
จากคำแนะนำของคุณหมอ ที่ผมพาทิพย์ไปฝากครรภ์ รพ.นวมินทร์ 9
1) อย่าปล่อยให้คุณแม่มือใหม่ท้องว่าง ควรมีขนมปังแครกเกอร์แบบเค็มๆไว้ข้างเตียงนอนเสมอ เมื่อคุณแม่ตื่นขึ้นมาให้รับประทานทันที แล้วนอนต่อสัก 15 นาทีก่อนที่จะลุกขึ้น อาการแพ้ท้องมักเกิดขึ้นในตอนเช้าหลังจากที่คุณแม่เพิ่งตื่นนอนและท้องว่าง
2) หลีกเลี่ยงของทอดและผลไม้ดอง ไม่รู้จะหลีกเลี่ยงได้หรือเปล่านะครับ ชอบจัง แต่อย่างไรก็ขอให้เป็นผลไม้เปรี้ยวแบบสด ๆจะดีกว่าครับ
3) เนื่องจากคุณแม่อาจรู้สึกคลื่นไส้อาเจียน หากมีอาการแน่นท้อง ลองรับประทานอาหารแบ่งเป็นมื้อย่อยๆแต่รับประทานหลายๆมื้อ ในแต่ละมื้อรับประทานเพียงน้อยๆก็พอ จะช่วยให้คุณแม่ได้รับอาหารเพียงพอต่อความต้องการโดยไม่ฝืนใจจนเกินไปนัก คุณแม่อาจแบ่งมื้ออาหารออกเป็น 5 – 6 มื้อต่อวัน
4) ดื่มน้ำให้มาก แต่อย่าดื่มน้ำร่วมกับอาหารหรือหลังอาหารทันที ให้ดื่มน้ำก่อนหรือหลังอาหารประมาณ 30 นาที
5) หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิร้อนจัดหรือเย็นจัด หากเครื่องดื่มทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน ลองรับประทานผักผลไม้ เช่น ผักกาดหอมเพราะจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก
6) รับประทานน้ำผลไม้ใส่น้ำแข็ง เชอร์เบท ไอศกรีม โยเกิร์ต นมปั่น
7) แม้ว่า ว่าที่คุณแม่จะไม่รู้สึกหิว แต่ควรพยายามบังคับให้ตัวเองรับประทาน เพราะการที่ท้องว่างจะทำให้คุณอาเจียนได้ง่ายกว่าที่มีอาหารอยู่ในท้อง
8) อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงจะรับประทานได้ง่ายกว่า เช่น ขนมปังแห้งๆ กรอบๆ ธัญพืช หรือข้าวสวย
9) การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงบางชนิดอาจทำให้คุณแม่ไม่สบายท้อง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู คุณแม่อาจลองรับประทานไข่ต้มสุกๆ แทนน่าจะดีขึ้น
10) หลีกหนีให้ไกลจากกลิ่นที่ทำให้ท้องของคุณปั่นป่วน หากจำเป็นต้องปรุงอาหารให้เปิดหน้าต่าง เปิดพัดลมดูดกลิ่น
11) วิตามินเสริมที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็กทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ ดังนั้น หากคุณแม่ที่เคยมีอาการแพ้ท้องรุนแรงมาก่อนอย่าลืมแจ้งให้คุณหมอทราบด้วย วิตามิน B จะช่วยให้อาการแพ้ท้องดีขึ้น ดังนั้น คุณหมออาจสั่งวิตามิน B complex หรือ B6 ให้ ส่วนทิพย์ ทาน Active 8 ของแอมเวย์ ครับ
12 ) หากทุกวิธีที่กล่าวมาไม่ได้ผลสำหรับคุณแม่ และคุณแม่รู้สึกอ่อนเพลียวิงเวียนและรู้สึกไม่สบายมาก อย่าใช้ยาอะไรที่คุณหมอไม่ได้สั่งให้โดยเด็ดขาด แม้ว่าคุณแม่จะรู้สึกว่ามันเป็นยาธรรมดาที่ใช้ประจำ ไม่มีอันตรายใดๆ เพราะยาบางชนิดอาจมีส่วนประกอบที่คุณไม่ทราบ ให้ปรึกษาแพทย์ที่เราไปฝากครรภ์ครับ