วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2553

พัฒนาการของทารกในครรภ์ เมื่อครบสัปดาห์ที่ 32 ครับ

                     เมื่อจะสิ้นสุดปลายเดือนที่แปดนี้ทารกจะมีความยาวประมาณ 36 เซนติเมตร และหนักประมาณ 3.5 กิโลกรัม ทารกมีการพัฒนารูปร่างและการทำงานของร่างกายไปจนเกือบสมบูรณ์แล้ว จะจะมีชีวิตรอดได้หากคลอดออกมาในเดือนนี้ โดยอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องช่วยหายใจในหน่วยบริบาลทารกแรกเกิดของโรงพยาบาล เพราะปอดมีความสมบูรณ์มาก แต่ทารกก็ยังมีการสร้างฮอร์โมนขึ้นมาเพื่อช่วยให้ปอดสมบูรณ์มากขึ้น เป็นการเตรียมพร้อมในการหายใจหลังคลอด ในสี่สัปดาห์สุดท้ายก่อนคลอดทารกจะมีการพัฒนาในเรื่องของน้ำหนัก และการสร้างชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อป้องกันและรองรับแรงที่จะเกิดขึ้นระหว่างการคลอด


                สมองมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วในเดือนนี้ ทารกสามารถเรียนรู้สิ่งที่อยู่ภายนอก ลองคุยกับลูก หรือ เปิดเพลงเบาๆให้ฟัง เพื่อสร้างความคุ้นเคย

                 ใบหน้าของทารก เมื่อคลอดจะมีลักษณะกลมและขอบตาอาจมีสีคล้ำ แต่หลังจากนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและสีผิว

                 แขนขาของทารกนั้นได้มีการพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ และนิ้วมีนิ้วเท้ามีเล็บขึ้นเต็มปลายนิ้วพอดี

                  ขนอ่อนๆตามตัวของทารกนั้นได้หายไปเกือบหมดในเดือนที่แปด แต่บางส่วนก็ยังมีเหลืออยู่ให้เห็นหลังคลอด ผิวหนังของทารกจะมีสีซีด ลอกเป็นขุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง

                  อวัยวะของระบบสืบพันธุ์ในทารกเพศหญิงจะมีเนื้อเยื่อที่จะเจริญไปเป็นเต้านมและหัวนมเริ่มเห็นชัดเจน ในทารกเพศชาย ลูกอัณฑะที่เคยอยู่ในช่องท้องตอนนี้ได้เคลื่อนตัวลงมาอยู่ในถุงอัณฑะเรียบร้อยแล้ว

                   ในเดือนที่แปดนี้จะหมุนตัวกลับเอาศีรษะลงไปสู่เชิงกรานของแม่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด แต่บางทีก็ไม่เป็นเช่นนั้น คุณหมอสามารถตรวจพบได้จากการตรวจอัลตร้าซาวด์ และคุณสามารถพบว่าส่วนที่แข็งๆและเป็นศีรษะของทารกอยู่บริเวณชายโครง และเท้าเล็กๆถีบลงบนบริเวณท้องส่วนล่างของคุณ หากในเดือนที่เก้าทารกยังคงไม่หมุนศีรษะกลับลงมาสู่อุ้งเชิงกราน การผ่าตัดคลอดก็จะถูกกำหนดขึ้น

น้ำเสียงของว่าที่คุณพ่อมีผลต่อลูกในครรภ์ครับ

              นับอายุครรภ์ของทิพย์ วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 จะครบ 32 สัปดาห์ ช่วงนี้ทิพย์บอกว่าน้องดิ้นเก่งมาก ๆ ครับ เริ่มจากแบบเบา ๆๆ ตอนประมาณตี 3 -4 ของทุกวัน และในระหว่างวันแทบจะตลอดเวลา เธอกลัวลูกไม่ได้พักผ่อน แต่เท่าที่เราเรียนมา เด็กทารกในครรภ์เขาน่าจะมีวงจรการนอนหลับของเขาแล้วละนะ  ช่วงนี้ผมกับทิพย์เจอกันอาทิตย์ละ 2 วันเช่นเคย คือวันพุธ กับเย็นวันเสาร์ และวันหยุดของเราที่ทั้งสองคนใฝ่ฝันหา คือวันอาทิตย์ ผมจะได้มีโอกาสพูดคุยกับลูกในท้องของว่าที่คุณแม่   จากที่ทิพย์เขาสังเกตดูวันที่ทิพย์พักที่หอพักของบริษัท ฯ วันที่อยู่คนเดียวลูกจะดิ้นไม่ค่อยมาก  ส่วนเย็นวันพุธ   และเย็นวันเสาร์  อาทิตย์ หลังอาหารเย็นประมาณ 3 เท่าดิ้นไม่หยุดประมาณ 1 ชั่วโมงที่เขาได้อยู่กับว่าที่คุณพ่อ  เทคนิคทักทายลูกในครรภ์พูดคุยกับเขา ผมเล่านิทานให้ลูกฟัง  แล้วใช้มือลูบที่หน้าท้องของว่าที่คุณแม่ แล้ววางมือที่หน้าท้อง น้องเขาจะสัมผัสได้ แล้วจะดิ้นตอบเราช่วงนี้จะสังเกตเห็นหน้าท้องของว่าที่คุณแม่เป็น คลื่น ๆ ๆ ครับ วันไหนที่ลูกดิ้นว่าที่คุณพ่อ คุณแม่มือใหม่อย่างผม หรือ เพื่อน ๆ ท่านอื่นก็คงสบายใจ ครับ
              วันเสาที่จะถึง จะพาว่าที่คุณแม่ไปพบคุณหมอ หมอนัดวันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53  ดีครับไม่ต้องหยุดงาน

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายคุณแม่ สำหรับการตั้งครรภ์เดือนที่ 7

                 อาการท้องอืด มีลมในกระเพาะอาหารมาก และท้องผูกยังคงเป็นอาการที่รบกวนคุณแม่อยู่ ขนาดของมดลูกที่โตขึ้นจะดันกระเพาะอาหารขึ้นไป หากคุณแม่รับประทานอาหารแล้วแน่นท้องมาก ควรแบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยๆอีกครั้ง


                 ในไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์นี้ อาการบวมตามมือและเท้าเกิดขึ้นเป็นปกติ เพราะร่างกายสะสมน้ำไว้มาก อาจจะสังเกตได้จากแหวนที่คับมากขึ้น

                   ผิวหนังของคุณแม่จะแพ้ง่ายมากในช่วงนี้ อาจมีผื่นขึ้น หรือเป็นสิว ไม่ต้องกังวล แต่ถ้าหากเป็นมากควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

                  อัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น เพราะหัวใจต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อที่จะสูบฉีดเลือดไปเลี่ยงร่างกาย รก และทารก ดังนั้นอัตราการเต้นของหัวใจของคุณแม่มักจะสูงกว่าปกติประมาณ 10 – 15 ครั้งต่อนาที คุณแม่บางท่านอาจถูกตรวจพบว่ามีเสียงผิดปกติของการเต้นของหัวใจ แต่มันจะหายไปเมื่อคลอดแล้ว

                 เต้านมของคุณแม่ยังขยายต่อไปอีก รวมถึงต่อมผลิตน้ำนมก็มีความพร้อมแล้วที่จะผลิตน้ำนมออกมาเลี้ยงทารก ในไตรมาสสุดท้ายนี้คุณแม่อาจมีน้ำนมสีเหลืองไหลออกมาเล็กน้อย เป็นเรื่องปกติ ข้อควรระวังก็คือระวังการกระตุ้นที่บริเวณนมเพราะจะทำให้มดลูกบีบตัวและเกิดการคลอดก่อนกำหนดได้

                 อาการปวดหลังของคุณแม่จะเป็นมากขึ้นและบางทีส่งผ่านลงไปที่ขาทั้งสองข้าง ครึ่งหนึ่งของหญิงตั้งครรภ์มีอาการปวดหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการตั้งครรภ์ดำเนินเข้าสู่ไตรมาสที่สาม อาการเจ็บที่หลังและส่งผ่านลงไปที่ขาอาจเกิดขึ้นได้จากการที่กระดูกสันหลังส่วนล่างนูนออก จากการที่ถูกมดลูกที่มีขนาดโตขึ้นดัน ทำให้เส้นประสาทเกิดการบาดเจ็บ หรือถูกกด หรือบางทีการที่คุณแม่ก้มยกของโดยท่าทางไม่ถูกต้อง หรือบิดตัวเร็วเกินไป อาจเป็นสาเหตุให้ปวดหลัง และบางครั้งอาการปวดหลังก็หายไปเมื่อทารกเปลี่ยนท่า

                 หากคุณแม่นอนเอนหลังลงไปแล้วทำให้ไม่สุขสบาย นั่นเกิดจากการที่มดลูกที่มีขนาดใหญ่ลงไปกดอวัยวะต่างๆตามแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้เลือดที่ไปหัวใจมีปริมาณน้อยลง ลองนอนตะแคงจะช่วยให้รู้สึกสบายมากขึ้น

                  คุณแม่จะเริ่มลุกจากเตียงลำบากขึ้น ให้นอนตะแคงก่อนแล้วใช้มือช่วยดันตัวขึ้นมาหากคุณแม่มีอาชีพที่จำเป็นต้องยืนนานๆ อาจขอถุงเท้าที่ช่วยพยุงขาจากคุณหมอ หรือพยาบาล เนื่องจากอาการของเส้นเลือดขอดอาจเป็นมากขึ้น

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

ทิพย์ตั้งครรภ์เข้าสู่เดือนที่ 7 แล้วครับ ( สัปดาห์นี้ก็สัปดาห์ที่ 27 )

           สัปดาห์ในเป็นสัปดาห์ที่ 27  แล้วของการตั้งครรภ์ของทิพย์  ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าที่คุณแม่ไม่สบาย ต้องเข้ารับการรักษาอาการไข้หวัด  ไอ  เจ็บคอ ตอนนี้อาการของไข้หวัดหายแล้วครับเหลือแต่อาการไอเล็กน้อย เมื่อวันพุธที่ผ่านมาหมอก็เลยจับตรวจดูสุขภาพทารกในครรภ์ของว่าที่คุณแม่หลังจากไม่สบาย ทุกอย่างปกติก็เลยโล่งครั้ง ตอนนี้กลับมาดิ้นเหมือนเดิม ช่วงที่คุณแม่เป็นไข้ดิ้นน้อยมาก ทำให้ว่าที่คุณแม่กังวล อาจเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่คุณแม่ทานลงไม่ ครับ ทั้งแก้อักเสบ ยาต้านไวรัส  และยาสามัญประจำตัวหญิงตั้งครรภ์ ยาพารา เวลาปวดเป็นไข้  สัปดาห์นี้ผมต้องให้ว่าที่คุณแม่โด๊ปหนัก ๆ ขอให้ทานนมให้วันละ 1 ลิตร ชดเชยช่วงที่ป่วย

         ในเดือนที่เจ็ดนี้ทารกมีน้ำหนักประมาณ 1.1 กิโลกรัม และยาวประมาณ 26 เซนติเมตรแล้ว ส่วนยอดของมดลูกอยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างสะดือกับใต้อก ตอนนี้ทารกมีไขมันมาสะสมตามร่างกายมากขึ้น ผิวหนังถูกปกคลุมด้วยไขสีขาวที่ช่วยปกป้องผิวหนังจากน้ำคร่ำ หากคลอดทารกในตอนนี้ ทารกยังมีโอกาสรอดชีวิตได้สูงภายใต้การดูแลพิเศษในโรงพยาบาล


            สมองได้มีการพัฒนาขนาดโตขึ้นมาก และมีชั้นไขมันที่ปกคลุมเส้นประสาททั้งหมดเอาไว้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการรับส่งกระแสประสาทได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทารกสามารถเรียนรู้ได้ สมองมีการพัฒนาส่วนที่จะใช้คิดคำนวณ และตอนนี้ทารกสามารถรู้สึกเจ็บ ร้องไห้ เมื่อถูกกระตุ้นด้วยเสียง หรือแสง ทารกจะตอบสนองโดยการลืมตา จะเห็นว่าทารกมีพฤติกรรมเกือบจะเหมือนกับทารกที่ครบกำหนดแล้ว

              เสียงดังจากภายนอกมีผลต่อทารกในครรภ์ ทารกจะได้ยินเสียงนั้น และมีรายงานการวิจัยซึ่งพบว่าเสียงดังทำให้ทารกมีอัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น แม้แต่เสียงเพลงที่ดังเกินไปก็ตาม ดังนั้นคุณแม่ที่ทำงานในโรงงานที่มีเสียงเครื่องจักรดังๆ ควรปรึกษากับหัวหน้าเพื่อย้ายไปทำงานในจุดอื่นซึ่งเงียบสงบระหว่างการตั้งครรภ์ หรือการขอลาพัก

             ตอนนี้ทารกขดตัวอยู่ในท้องคุณแม่เนื่องจากตัวเริ่มโตขึ้นและยาวขึ้น ทำให้พื้นที่มีจำกัด อย่างไรก็ตามทารกยังสามารถที่จะเปลี่ยนท่าได้ในขณะที่ทารกกำลังเคลื่อนไหว เนื่องจากปริมาณน้ำคร่ำน้อยลง คุณแม่จึงสามารถรู้สึกได้จากการเคลื่อนไหวของทารกได้อย่างชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวนั้นขึ้นอยู่กับว่า ทารกอยู่ในท่าใด ตำแหน่งของรก และโครงสร้างร่างกายของคุณแม่เองบางครั้งชัดเจนมากจนสามารถมองเห็นจากผนังหน้าท้องของคุณแม่ได้เลย ลองให้คุณพ่อวางมือลงบนหน้าท้องในช่วงเวลาเย็นที่คาดว่าทารกจะมีการเคลื่อนไหวมากที่สุด บางทีคุณพ่ออาจสามารถรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของทารกจากโลกภายนอก

             ทารกสามารถรับรู้รสชาติได้ ผู้เชี่ยวชาญบางท่านเชื่อว่าปุ่มรับรสของทารกที่อยู่ในครรภ์สามารถรับรู้รสได้ดีกว่าตอนที่อยู่ในโลกภายนอกเสียอีก

             สารหล่อลื่นภายในปอดของทารกหรือ Surfactant ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทารกสามารถหายใจในโลกภายนอกได้ โดยที่สารหล่อลื่นนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ถุงลมเล็กๆนั้นแฟบติดกัน แต่สารหล่อลื่นนี้จะมีปริมาณมากพอก็ต่อเมื่อทารกมีอายุครบกำหนดแล้ว หากทารกคลอดก่อนกำหนด อาจเกิดภาวะหายใจลำบากขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคลอดเร็วก่อนกำหนดมากๆ การตั้งครรภ์โดยมีความเสี่ยงสูงที่จะต้องคลอดก่อนกำหนด เช่น มารดามีภาวะความดันโลหิตสูง มีทารกในครรภ์มากกว่าสองคน แพทย์อาจให้ยาฉีดแก่แม่เพื่อช่วยเพิ่มระดับของ Surfactant ในปอดของทารกในครรภ์ได้ แต่ถ้าหากถุงน้ำแตกก่อนกำหนด หรือคลอดก่อนกำหนดโดยที่ไม่ได้มีการเตรียมตัวมาก่อน กุมารแพทย์อาจพิจารณาให้ surfactant สังเคราะห์แก่ทารกเมื่อหลังคลอดทันทีเพื่อป้องกันการแฟบติดกันของถุงลมทำให้เกิดภาวะหายใจลำบาก

วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553

คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรใช้ยารักษาสิว

                 ขอเตือนคนที่กำลังเป็นคุณแม่ที่รักสวยรักงาม และกลัดกลุ้มกับปัญหาเรื่อง “สิว” ที่มากวนใจ ต้องระมัดระวังอย่างหนัก จะหยิบจะจับยากินหรือทายารักษาสิวชนิดใด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ เพราะยารักษาสิวนั้นมีสิทธิ์อาจทำให้ลูกในท้องถึงขั้น พิการได้เลยทีเดียว!!
                  
                  ทั้งนี้ นพ.ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์อเมริกันบอร์ดสาขาโรคผิวหนัง และอาจารย์พิเศษภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เขียนบทความเรื่อง โรคสิวในเวชปฏิบัติ ในวารสารการแพทย์ (วารสารคลินิก) เดือนกุมภาพันธ์ เตือนเอาไว้ว่า
               ยารักษาสิวหลายตัวทั้งในรูปแบบทายาและยากิน มีผลเสียต่อเด็กในครรภ์ได้ โดยเฉพาะกลุ่มยาทาสิวที่ต้องระมัดระวังคือ ยาทากลุ่มกรดวิตามินเอ หรือ เรตินอยด์ ได้แก่ Tretinoin, Isotretinoin, Adapaleno ซึ่งยากลุ่มนี้ยังไม่ยืนยันความปลอดภัยสำหรับหญิงมีครรภ์ ส่วน Tazarolene นั้นห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์โดยเด็ดขาด
                  ส่วนยากินที่ใช้รักษาสิวและห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์ เด็ดขาด คือยากลุ่มเดตตร้าชัยคลิน ได้แก่ Tetracycline, Doxycycline และ Minoeyeline ซึ่งเป็นยากินรักษาสิวที่ใช้กันมาก เนื่องจากยาตัวนี้มีผลต่อกระดูกและฟันของเด็กอ่อนในครรภ์และเด็ก จึงห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์ และไม่ให้ใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 8 ขวบ หรือจนกว่าจะมีฟันแท้ ขึ้นครบ ส่วนยากินกลุ่มซัลฟา คุณหมอประวิตรก็ไม่แนะนำให้ใช้ในหญิงมีครรภ์ และยาสำหรับกินรักษาสิว กลุ่มฮอร์โมน เช่น Spironolactone, Cyproterone acetate ระหว่างกินยาชนิดนี้ก็ห้ามตั้งครรภ์ เพราะลูกน้อยในท้องที่เป็นเพศชาย มีสิทธิ์กระเดียดเป็นเพศหญิงได้
                 นอกจากนี้ คุณหมอประวิตรยังย้ำอีกว่า ยากินรักษาสิวที่มีผลเสียต่อเด็กทารกมากที่สุด เป็นเหตุให้เด็กต้องพิการหลายพันคนทั่วโลก คือ เรตินอยด์ หรือ Isotretinoin ยาตัวนี้จะทำให้เด็กทารกพิการ ดังนั้นสาวๆกำลังตั้งครรภ์ต้องจำขึ้นใจอย่าใช้ยาตัวนี้เด็ดขาด หรือใครที่คิดจะตั้งครรภ์ เคยใช้ยาตัวนี้ก็ต้องหยุดกินยาให้ครบ 1 เดือนก่อน การตั้งครรภ์จึงปลอดภัย และระหว่างให้นมลูกก็ห้ามใช้ยาตัวนี้ด้วยเช่นกัน รวมไปถึงห้ามบริจาคเลือดระหว่างกินยานี้ การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ส่วนความผิดปกติที่พบร้อยละ 25-30 ของหญิงตั้งครรภ์ที่กินตัวยานี้ เด็กมีความผิดปกติในกะโหลกและใบหน้า หัวใจ ระบบประสาทส่วนกลาง
               ที่ต้องออกมาเตือนกันนั้น คุณหมอประวิตรบอกว่า เป็นเพราะในเมืองไทยสามารถหาซื้อยา ตัวนี้ได้ง่ายและไม่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์นั่นเอง!!


เนื้อหาจาก sanook.com

           

วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ลูกเริ่มดิ้น ....ออกกำลังกายในครรภ์แม่ถี่ขึ้น

           หลังจากไม่ได้พบกับทิพย์นับได้ก็ 6 วันที่ผ่านมา  ได้อยู่ด้วยกันเมื่อคืนนี้ ท้องโตขึ้นเห็นได้ชัดเจนครับ ทิพย์บอกว่าลูกดิ้นถี่และชัดเจนขึ้นอาหารการกินช่วงนี้ทานได้เยอะขึ้น เมื่อคืนมีหิวกลางดึกแต่ว่าที่คุณแม่ไม่ได้ลุกขึ้นมาทานครับ รอถึงเช้าผมไปส่งที่ทำงานที่วังน้อย ตอนนั่งรถไปบ่นหิว สงสัยเมื่อคืนนี้น้องจะออกกำลังกายเยอะไปหน่อย ก่อนนอนผมเริ่มคุยกับลูก 6 วันที่ผ่านมาที่เราไม่ได้เจอกันพ่อไปทำอะไรมา เล่าเหมือนเล่านิทาน เสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ ลูกจะได้จำเสียงเราได้ หลังจากพูดคุยกับเขาเสร็จ ใช้มือลูบหน้าท้องทิพย์ และวางมือเบา สังเกตได้ชัดว่าน้องดิ้นแรง ๆ มือผมสัมผัสได้ประมาณ 6 ครั้ง และก็หยุดไป น่าจะหลับไปแล้ว วันนี้ว่าที่คุณแม่คนเก่งทำงานครับ ส่วนผมวันนี้พักผ่อนเพราะฝนเป็นใจ กะจะออกไปตั้งร้านแต่ฝนตกตอน 8.00 น. ขอเปลี่ยนใจ ทำงาน Online ที่ค้างอยู่แล้วกันครับ ไม่ได้ปรับปรุงร้านสมุนไพรทิพย์ หลายสัปดาห์แล้วครับ

วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ว่าที่คุณแม่...หญิงแกร่งสำหรับคุณแม่ของลูกผม

นับถึงวันนี้เป็นเวลา 6 วันแล้วครับ ที่ผมและทิพย์ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เช้าวันจันทร์ผมขับรถไปส่งเธอที่ บริษัท ฯ (วังน้อย )เย็นวันอังคารที่ 10 ส.ค. 53 ผมกลับบ้านต่างจังหวัดที่สกลนคร ไปทำธุรกิจส่วนตัว ( ดำนาช่วยแม่ ) กลับบ้านไปหาแม่ด้วยหลังจากกลับไปหาแม่ครั้งล่าสุด เมื่อสงกรานต์ เมษาที่ผ่านมา ทิพย์ทำงานถึงวันที่ 11 ส.ค.53 หยุดงาน 12 ส.ค.53 - 14 ส.ค.53 เช้าวันที่ 12 ส.ค. 53 ทิพย์เดินทางกลับบ้านที่สุพรรณ เป็นครั้งแรกของการเดินทางระหว่างการตั้งครรภ์ ลำบากนิดหนึ่งนะครับ เช้าวันที่ 12ส.ค. เธอเล่าว่ารอรถสองแถวหน้าโรงงานตั้ง 1 ชม.กว่ารถจะมาไปถึงศรีประจันต์ 10.00 น. แม่มารับ
วันนี้ เธอเดินทางกลับ เย็นนี้เจอกันให้หายคิดถึงครับ ต้องขอขอบคุณโทรศัพท์ ที่ทำให้เราติดต่อกันได้วันละหลาย ๆครั้ง พูดคุยสอบถาม เกี่ยวกับตัวเธอ และ ทารถน้อยในครรภ์ ครับ

วันอังคารที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2553

9 เดือนมหัศจรรย์......กับครรภ์คุณภาพ (2)

โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น จัดโครงการอบรม"คุณแม่คุณภาพ" ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 เมื่อวันเสาร์ ที่ 24 เมษายน 2553 โดยมีการบรรยายให้ความรู้กับว่าที่คุณแม่ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจก่อนการคลอด ซึ่งช่วงที่ 1 "9 เดือนมหัศจรรย์ ... กับครรภ์คุณภาพ "โดย พญ.วิมลมาศ สุภาพร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวช

9 เดือนมหัศจรรย์ ... กับครรภ์คุณภาพ

โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น จัดโครงการอบรม"คุณแม่คุณภาพ" ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 เมื่อวันเสาร์ ที่ 24 เมษายน 2553 โดยมีการบรรยายให้ความรู้กับว่าที่คุณแม่ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจก่อนการคลอด ซึ่งช่วงที่ 1 "9 เดือนมหัศจรรย์ ... กับครรภ์คุณภาพ "โดย พญ.วิมลมาศ สุภาพร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวช


วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ตรวจครรภ์เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 53

           จากการตรวจครรภ์ทิพย์ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 53 ผลจากการอัลตร้าชาวด์ คุณหมอยังไม่สามารถบอกเพศได้ครับ น้องยังอายอยู่ครับ แต่ไม่เป็นไร สำหรับผมภาวนาให้ลูกเกิดมาสุขภาพร่างกายแข็งแรง น้ำหนักทิพย์ขึ้น 3.5 กิโลกรัม ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่หมอตั้งไว้สักเท่าไหร่ เพราะหมอบอกว่าให้ได้สัปดาห์ละ ครึ่ง กิโลกรัม ให้กำลังใจว่าที่คุณแม่ต่อไป ช่วงนี้ลูกโตขึ้นทุกวันอาจจะไปดันกระเพาะ ถ้าว่าที่คุณแม่ทานอิ่มก็จะอึดอัด แนวทางในการแก้ไขเบื้องต้นที่ทำได้ควรแบ่งมื้ออาหารออกครับ อย่าทานเป็นมือหนัก เช้า กลางวัน เย็น ควรย่อยออกมาอีกสัก 2-3 มื้อ รวมเป็น 6 มื้อต่อวัน  ว่าที่คุณแม่ของลูกก็ปฏิบัติตามอยู่ครับ  ในระหว่างเดือนที่ 5 -7 ลูกเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วผมก็เลยกำหนดให้ว่าที่คุณแม่พยายามทานนมให้ได้วันละ 750 ml . เป็นอย่างน้อย และช่วงนี้อาจมีอาการท้องผูกร่วมด้วย ทานผักผลไม้เยอะ ๆ เป็นผลดีต่อลูกและคุณแม่แน่นอนครับ

         สำหรับพัฒนาการของทารกน้อยเมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ที่ 24 ทารกจะมีความยาวประมาณ 13 นิ้ว มีน้ำหนักประมาณ 2 ปอนด์ และอวัยวะต่างๆได้มีการพัฒนาไปจนเกือบสมบูรณ์แล้ว


         ใบหน้าเล็กๆและเรียว ทำให้ดูตาโต และเมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ที่ 22 - 24 เปลือกตาเริ่มที่จะเปิดออกได้ ทารกจะสามารถลืมตาได้แล้ว และมีขนคิ้วขึ้นบางๆ

          หากในเดือนนี้คุณได้รับการตรวจอัลตร้าซาวด์ คุณอาจกำลังพยายามนึกถึงคนในครอบครัวว่าทารกจะคล้ายกับใคร แต่อย่าเพิ่งกังวลเพราะหน้าตาจะยังเปลี่ยนไปอีกมากกว่าจะคลอด

          ผิวหนังของทารกยังคงบางมาก แต่ตอนนี้ไม่สามารถมองทะลุลงไปเห็นเครือข่ายเส้นเลือดได้แล้ว ผิวหนังของทารกตอนนี้จะเห็นเป็นสีออกแดงระเรื่อ และอาจจะดูเหี่ยวย่นเนื่องจากยังมีไขมันมาสะสมตามร่างกายไม่มากนัก และต่อมเหงื่อได้มีการพัฒนาขึ้นภายใต้ผิวหนัง

         นิ้วมือกำลังพัฒนา ทารกของคุณมีลายนิ้วมือแล้วในตอนนี้เช่นเดียวกับนิ้วเท้า

           ทารกจะถูกล้อมรอบด้วยน้ำคร่ำ 500 มิลลิลิตร ซึ่งจะช่วยให้ทารกสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและช่วยให้ทารกสามารถพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคล้ายกับการซ้อมเคลื่อนไหว หรือออกกำลังกาย หรือบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสายให้หายเมื่อย ทารกสามารถเตะ ดูดนิ้ว หรือ อ้าปาก นอกจากนี้ทารกของคุณสามารถไอหรือสะอึกได้ด้วย แต่ไม่ต้องกังวลเพราะทารกสามารถช่วยตัวเองได้โดยกลืนน้ำคร่ำอุ่นๆเข้าไป เพราะนี่เป็นกลไกของธรรมชาติ

          ทารกยังสามารถตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวหรือเสียงดังจากภายนอกได้ กระดูกในหูของทารกเริ่มแข็งขึ้นและช่วยให้สามารถได้ยินเสียงต่างๆได้ดีขึ้น ทารกสามารถแยกเสียงที่เกิดขึ้นจากภายในมดลูกและจากสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ ดังนั้น หากจะเริ่มพูดคุยกับลูกในตอนนี้ลูกก็จะสามารถจดจำเสียงของคุณได้ ว่าที่คุณพ่อก็ควรเริ่มพูดคุยกับลูกด้วยเช่นกัน มีรายงานการวิจัยว่าเสียงทุ้มต่ำของคุณพ่อจะช่วยให้ลูกได้ยินได้ง่ายกว่าเสียงแหลมสูงของแม่

          บางทีการที่คุณมีกิจกรรมมากในแต่ละวันอาจทำให้พลาดโอกาสดีๆไป ควรหาเวลาพักบ้าง คอยสังเกตการเคลื่อนไหวของทารกว่ากำลังทำอะไรอยู่ภายในนั้น บางทีคุณจะรู้สึกได้ว่าการเคลื่อนไหว หมุนตัว เตะ หรือชก เกิดจากอวัยวะใดของทารก ส่วนที่นูนขึ้นมาตรงหน้าท้องของคุณคือส่วนไหน อาจทำให้คุณสามารถจินตนาการถึงกิจกรรมต่างๆของทารกได้

           อัตราการเต้นของหัวใจของทารกในขณะที่จะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 140 – 150 ครั้ง/นาที และตอนนี้อวัยวะทั้งหมดยกเว้นปอดสามารถทำงานได้แล้ว

         หากเราได้ทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองของทารกเมื่ออายุครรภ์ 24 สัปดาห์นั้น เราจะพบว่าเซลล์สมองได้มีการพัฒนาส่วนที่รับรู้สติและทารกจะตอบสนองต่อสิ่งเร้าจากภายนอกมากขึ้น และได้มีการพัฒนาวงจรของการหลับและการตื่น

         ปอดของทารกตอนนี้ยังเต็มไปด้วยน้ำคร่ำ และยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาต่อไปอีกหลายสัปดาห์จนกว่าถุงลมปอดเล็กๆนั้นจะสามารถทำการแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้

         ระบบทางเดินอาหารมีการพัฒนาจนสามารถดูดซึมน้ำคร่ำได้และทำงานอย่างเป็นระบบ ทารกมีการกลืนน้ำคร่ำเข้าไปและขับถ่ายออกมาหมุนเวียนเป็นน้ำคร่ำใหม่