วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เพื่อนมาชวนทำธุรกิจ AIMSTAR

         เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ....ไปทำมาค้าขายเหมือนเดิมครับ ตื่นเช้าประมาณตี 3 ไปซื้อของกลับมาถึงบ้าน 6 โมงเช้า  8.00 น.ไปตั้งร้านวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทิพย์ไปด้วย เราไม่อยากให้ไปนะ อยากให้พักผ่อนแต่เห็นว่าที่คุณแม่อยากออกนอกบ้านมากกว่า มันอาจจะเป็นความเคยชินของเราที่เราไม่ได้หยุดวันอาทิตย์และทำงานกันมาตลอดกว่า 2 ปี จนชินแล้วมั้งครับ  แต่ทุกอย่างที่เราทำมันก็คือโอกาสที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โก้เพื่อนทิพย์เราก็รู้จักนะ มาชวนทำ AIMSTAR เขาบอกว่าเป็นขายตรงสัญชาติไทย ตัวผมเองไม่ได้ Anti ขายตรงนะ แต่ชื่อนี้เราไม่คุ้น โก้ให้ CD ไว้ 2 ชุด จะลองศึกษาดูก่อนนะ ไม่ปิดโอกาสตัวเอง ......ไม่เสียหลายนะ

วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

วันนี้ 6 พ.ย. 53 ครบสัปดาห์ที่ 34 ของการตั้งครรภ์

           เมื่อเช้าพาทิพย์ไปหาหมอ รพ.นวมินทร์ตามที่หมอนัด ทุก ๆ 2 สัปดาห์ เมื่อคืนประมาณ ตี 4 ว่าที่คุณแม่ของคุณลูกผมหิว ก็เลยลุกขึ้นมาหาอะไรกินตอนตี 4  ไม่รู้ว่าว่าที่คุณแม่ท่านอื่นเป็นแบบนี้ไหม  น่าจะเป็นพระลูกหิว  จริงไหม   จากการชั่งน้ำหนักของว่าที่คุณแม่ ครั้งก่อน 50.6  kg  ผ่านมา 2 สัปดาห์ เมื่อเช้าชั่งได้  52.4  น้ำหนักเพิ่มขึ้น 1.8  kg ช่วงนี้น้ำหนักของน้องจะขึ้นเร็ว ตามที่เคยเรียนมานะ เหมือนเด็กเขากำลังเตรียมตัวเพื่อที่จะคลอด ช่วงนี้เลยต้องเพิ่มไขมันใต้ชั้นผิวหนังไว้เพื่อรองรับแรงกระแทกตอนคลอด   เมื่อเช้าหมอบอกว่าน้ำคร่ำเพิ่มขึ้น จากที่เคยทักว่าน้ำคร่ำน้อยเมื่อสองสัปดาห์ ครั้งก่อนหมอวัดได้ 6.4   ครั้งนี้หมอวัดได้  8  น้ำคร่ำน้อยหมอบอกสาเหตุอาจเป็นเพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอ ว่าที่คุณแม่ไม่ค่อยทานน้ำ  สุดท้ายก็ความเครียด  น่าจะจริงตามที่หมอพูดนะครับ เพราะก่อนตรวจครรภ์เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ว่าที่คุณแม่ของลูกผมต้องเตรียมตัวสอบ มสธ. และเตรียมรับการ Audit จาก SGS   ต่อจากนี้คงไม่เครียดแล้วละ ผ่านไปเรียบร้อยทั้ง 2  อย่างแล้วครับ

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การเตรียมตัวสำหรับการคลอด....ของว่าที่คุณแม่มือใหม่

                การเริ่มต้นเตรียมตัวแต่เนิ่นๆจะทำให้คุณแม่มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวไปคลอด สิ่งของที่ต้องนำไปด้วย หรือการเตรียมพร้อมเมื่อจะนำทารกกลับบ้าน เป็นต้น


                สิ่งที่จะต้องนำไปโรงพยาบาลสำหรับการคลอด

1. ของใช้ส่วนตัว เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพู แป้งโรยตัว เครื่องสำอางต่างๆ ชุดชั้นในแบบที่คุณซื้อเตรียมไว้สำหรับการให้นมทารก เสื้อผ้าสำหรับใส่กลับบ้าน ถุงเท้า แผ่นซับน้ำนม สลิปสำหรับใส่พยุงหน้าท้องจะช่วยให้คุณเดินได้สะดวกขึ้นหลังคลอด ของใช้ส่วนใหญ่โรงพยาบาลมักจะมีเตรียมไว้ให้อยู่แล้วเช่น ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า ผ้าอนามัย เสื้อผ้าทารก ผ้าอ้อม นมกระป๋องและขวดนมของทารกทางโรงพยาบาลจะมีเตรียมไว้ให้เสมอ แต่ถ้าคุณอยากจะนำไปเองก็สามารถทำได้

2. ขนมหรือผลไม้ที่คุณชอบ

3. กล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวิดีโอ สำหรับถ่ายตอนคลอด

4. เทปหรือซีดีเพลงที่คุณชอบ อาจต้องนำเครื่องเล่นไปด้วยเพราะโรงพยาบาลมักจะมีแค่ทีวีเท่านั้น

5. หนังสืออ่านเล่นหลายๆเล่ม เพราะหลังคลอดคุณแม่อาจต้องนอนบนเตียงหลายวัน

6. สมุดโทรศัพท์ เอาไว้โทรบอกข่าวดี

7. โทรศัพท์มือถือและเครื่องชาร์ทแบตเตอรี่

8. คอมพิวเตอร์ LAP TOP เอาไว้หาข้อมูลทางอินเตอร์เนตหรือตอบ e-mail ขอบคุณสำหรับ e-card ที่เพื่อนๆ ส่งมาแสดงความยินดี

อาการแสดงว่าจะคลอด ....นะครับว่าที่คุณแม่

        การเริ่มการคลอดหมายถึงการที่มดลูกมีการบีบรัดตัวเพื่อที่จะขับเคลื่อนทารกในครรภ์ให้ออกสู่โลกภายนอก โดยปกติธรรมชาติของมดลูกขณะตั้งครรภ์จะมีการบีบตัวเป็นพัก ๆ เสมือนกับการเตรียมตัว ฝึกซ้อมการหดรัดตัวมาตลอดช่วงการตั้งครรภ์ แต่เป็นการหดรัดตัวที่ไม่สม่ำเสมอ และไม่ก่อความเจ็บให้แก่คุณแม่ เมื่อเข้าสู่กระบวนการคลอด การหดรัดตัวของมดลูกก็จะเข้าสู่ระบบ คือการบีบรัดตัวจะรุนแรงขึ้น ๆ ระยะเวลาจะสั้นลงและสั้นลงจนเข้าสู่ความคงที่ 3 รอบการบีบตัวใน 10 นาที ในช่วงเวลานี้คุณแม่จะเริ่มรู้สึกถึงการเริ่มกระบวนการคลอดแต่อาจจะแตกต่างกันไป อาการปวดท้องเป็นพัก ๆ จะเป็นอาการนำ แต่ในคุณแม่บางท่านจะรู้สึกถึงอาการปวดหลังนำมาก่อน และจะมีมูกเลือดออกมาทางช่องคลอด แต่ก่อนปวดก็อาจพบมูกเลือดได้ เนื่องจากปากมดลูกเปิดขยายและเมือกที่อุดอยู่จะหลุดออกมา นอกจากนี้ภาวะน้ำเดินเป็นอาการสำคัญที่จะบอกว่า ภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้าการคลอดต้องสิ้นสุดลง ถ้ามีน้ำเดินมาก่อนเริ่มมีการคลอด ถือเป็นสภาวะผิดปกติที่จะต้องเข้าพบแพทย์โดยเร็ว

คำแนะนำในการปฏิบัติตัวของว่าที่คุณแม่....ในเดือนที่ 9

                 ว่าที่คุณแม่อาจจะเหนื่อยกับการตั้งครรภ์ ในเดือนสุดท้ายนี้คุณจะอุ้ยอ้ายมากขึ้น จะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกเหมือนอย่างแปดเดือนแรก แต่อาการที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆเช่น หายใจไม่พอ อาหารไม่ย่อย Heartburn จะลดลงเนื่องจากทารกเคลื่อนตัวลงสู้ช่องเชิงกราน แต่ก็จะทำให้คุณเคลื่อนไหวหรือเดินได้ลำบากมากขึ้น


                ทาครีมให้ผิวหนังชุ่มชื้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นรอยแตกของผิวหนังบริเวณหน้าท้องเต้านม สะโพกและต้นขา รอยแตกนี้อาจจางลงได้บ้าง

                พักให้มากขึ้น ลดกิจกรรมต่างๆลง ผ่อนคลายความตึงเครียด เพราะมีทฤษฎีที่พบว่าฮอร์โมนจะหลั่งออกมาในขณะที่มีความเครียด ซึ่งเป็นสาเหตุให้มดลูกบีบตัวทำให้คลอดก่อนกำหนดได้ แต่ว่าที่คุณแม่ของลูกผมงานยุ่งมากครับช่วงนี้ เพราะมีAudit จาก SGS เอาใจช่วยเธอครับ

                 ในหญิงตั้งครรภ์ที่ใกล้จะคลอดจะมีของเหลวสะสมอยู่ตามเข่า เท้า ขาส่วนล่าง ทำให้อวัยวะเหล่านั้นบวมขึ้น การยกขาสูง หรือการแช่ขาในอ่างน้ำเย็น จะช่วยให้อาการบวมดีขึ้น

                  คุณแม่บางท่านอาจมักจะหงุดหงิดรำคาญ ในช่วงนี้สิ่งที่มากระทบเล็กๆน้อยๆมักทำให้คุณแม่หงุดหงิดอยู่เสมอ ความอดทนของคุณแม่จะลดลง คุณแม่อาจจะหงุดหงิดกับการที่ต้องเดินเข้าห้องน้ำบ่อยมากนับครั้งไม่ถ้วนในตอนกลางคืน หรืออารมณ์เสียที่ไม่สามารถก้มลงไปผูกเชือกรองเท้าของตัวเองได้

                   ความกลัวจะทำให้คุณแม่รู้สึกกังวลใจ อย่าเก็บความกลัวความกังวลเอาไว้กับตัว ลองพูดคุยกับคนอื่นจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น และจะทำให้คุณแม่หายกลัวได้หากถามถูกคน

                    เมื่อมาถึงขั้นที่ทารกมีการเจริญเติบโตเต็มที่ และพร้อมที่จะออกมาดูโลกแล้ว บางทีคุณแม่จะย้อนกับไปคิดถึงเรื่องราวในแปดเดือนที่ผ่านมา เรื่องราวบางอย่างที่เป็นสาเหตุให้คุณกังวลใจในอดีตอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ขบขันได้ในตอนนี้

                     และเหมือนเป็นสัญชาติญาณของการทำรัง คุณแม่จะลุกขึ้นมาทำความสะอาดและตระเตรียมพื้นที่สำหรับต้อนรับสมาชิกใหม่ แต่ขอให้มีคนช่วยทำ และอย่าหักโหมเกินไปเพราะมันอาจทำให้คุณแม่ต้องไปโรงพยาบาลก่อนกำหนด