วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554

แพรวากับของเล่นชิ้นใหม่ ...น้องกระต่าย


ภาพแรก อุ้ม อยู่ ภาพ สอง จะกินกระต่ายซะแล้วลูกสาวเรา พ่อรักหนู เป็นห่วงหนูนะครับ วันนี้ไม่ได้กลับนะ เจอกันพรุ่งนี้ตอนเย็น

วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554

อาหารเสริมสำหรับทารกควรเริ่มเมื่ออายุเท่าใดจึงจะเหมาะสม

อาหารเสริมสำหรับทารกควรเริ่มเมื่ออายุเท่าใดจึงจะเหมาะสม

เมื่อลูกคลอดจากครรภ์มารดา “นมแม่” เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด ซึ่งประกอบด้วยหัวน้ำนมหรือน้ำนมใส และตัวน้ำนม ซึ่งมีประโยชน์และจำเป็นทั้งสองส่วน คุณแม่ส่วนใหญ่กังวลว่าตัวเองจะมีน้ำนมในวันแรกหลังคลอด ก็ควรให้ทารกดูดนมไป่ก่อนเป้นการกระตุ้น และวันต่อๆ มาก็จะค่อยๆมีน้ำนมทีละน้อยเพิ่มขึ้นจนกระทั่งได้ 30-60 ซีซีต่อมื้อ (ใช้เวลา 10-15 นาที)
นมแม่นอกจากมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ยังสร้างภูมิต้านทานให้ลูกน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งป้องกันเรื่องการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ไม่ทำให้ลูกท้องเสีย หรือท้องผูก และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นสายสัมพันธ์เชื่อมความรัก ความอ่อนโยนระหว่างแม่กับลูก ดังนั้นในระหว่าง 3-4 เดือนแรกของชีวิตที่ลูกยังบอบบาง และกำลังปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมนอกครรภ์มารดา ลูกจึงควรได้รับแต่นมแม่ซึ่งธรรมชาติได้ปรุงแต่งให้สะอาด เหมาะสม มีคุณค่าและเพียงพอสำหรับลูกทุกคน ไม่มีความจำเป็นต้องได้รับอาหารเสริมอื่นแต่อย่างใดในช่วงนี้
ถึงแม้ว่าน้ำนมแม่ยังมีมากสำหรับลูกไปจนถึงอายุ 4-6 เดือน แต่หลังจากนั้นปริมาณของน้ำนมจะไม่เพียงพอกับการเจริญเติบโตในขวบปีแรก ซึ่งการเจริญเติบโตจะเร็วมาก โดยปกติแล้วในเดือนแรกน้ำหนักตัวของทารกจะเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม และจะเป็น 2 เท่าของน้ำหนักแรกเกิดเมื่ออายุครบ 5-6 เดือน จะเป็น 3 เท่าเมื่ออายุครบ 1 ปี แต่ถ้าเดือนแรกน้ำหนักของลูกเพิ่มขึ้นไม่ดี ประกอบกับสุขภาพของแม่ไม่แข็งแรงนัก ทำให้มีน้ำนมน้อย ก็สามารถให้นมผสมแก่ลูกเพื่อเสริมนมแม่ได้ แต่ต้องไม่หยุดให้นมแม่ทีเดียว
นมแม่อย่างเดียวมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของทารกอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป จำเป็นต้องได้รับอาหารอื่นเสริม และเมื่อทารกเติบโตขึ้นอายุ 4-5 เดือน ทารกก็เริ่มหัดเคี้ยว ดังนั้นทารกควรจะได้รับอาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลวหรืออาหารอ่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคยและสร้างลักษณะนิสัยการกินที่ดีต่อไป แรกๆ ก็จะเป็นอาหารบดละเอียด และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นอาหารที่มีเนื้อหยาบขึ้นเมื่อเริ่มมีฟันเคี้ยวได้ นอกจากนี้ยังต้องฝึกฝนกล้ามเนื้อด้วยการให้ถือช้อนถือแก้วน้ำเองบ้าง หรือหยิบอาหารชิ้นๆ กินเองได้
การเริ่มให้อาหารเสริมแก่ทารก เป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ตื่นเต้นที่ได้เห็นพัฒนาการต่างๆของลูก ขณะเดียวกันก็มีความกังวลไม่มั่นใจว่าจะทำได้ตามคำแนะนำหรือตามตำราหรือเปล่า คุณพ่อคุณแม่ก็ใช้หลักการง่ายๆ คือ เรียนรู้ถึงความพร้อมของลูก และให้อาหารเสริมแก่ลูกเมื่อลูกพร้อม ซึ่งความพร้อมนี้ไม่ได้อยู่ที่อายุอย่างเดียว ยังมีอีกหลายปัจจัย เช่น ต้องดูจากอัตราการเจริญเติบโต พัฒนาการ ความสมบูรณ์ของร่างกายและระบบประสาทของเด็ก และความต้องการสารอาหาร จากนั้นจึงจะวางแผนได้ว่าควรให้ลูกเริ่มกินอาหารเสริมเมื่อใด ชนิดใด และปริมาณแค่ไหนจึงจะเหมาะสม ซึ่งบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเรียนรู้จากการลองผิดลองถูกด้วย
องค์การอนามัยโลกได้เสนอให้เริ่มเมื่ออายุครบ 6 เดือน แต่เดิมของไทยเราเคยได้รับการแนะนำที่อายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป แต่ในปัจจุบันนี้แนะนำที่อายุครบ 4 เดือนขึ้นไป ซึ่งยังคงต้องศึกษาเพื่อหาแนวทางที่ชัดจนและเหมาะสมสำหรับทารกไทยด้วย

อาหารเสริมสำหรับทารกมีความสำคัญอย่างไร?

อาหารเสริมสำหรับทารกมีความสำคัญอย่างไร?

ในช่วงสองขวบปีแรก ทารกจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านกายภาพ การพัฒนาด้านต่างๆ ตลอดจนทางด้านสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นผลจากการเลี้ยงดูและสารอาหารที่ได้รับ ทารกที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยสารอาหารอย่างเพียงพอจะมีความสามารถในการตอบสนองและการเรียนรู้ต่อสิ่งเร้าต่างๆ ในสิ่งแวดล้อมได้ดี ทารกแรกเกิดจะมีการประสานกันระหว่างการดูด การกลืน และการหายใจ ดังนั้นแรกๆ ก็จะควรได้รับแต่อาหารที่เป็นของเหลวเท่านั้น ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาการเคี้ยว การควบคุมศีรษะ ความสามารถในการเคลื่อนไหว การทรงตัวในท่านั่ง และความสามารถในการคว้า กำมือ จึงจะเริ่มให้อาหารที่มีลักษณะเป็นกึ่งแข็งกึ่งเหลว และของแข็งตามลำดับ
อาหารเสริมสำหรับทารกมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ทารกมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีพัฒนาการด้านการเคี้ยว การกลืน และการย่อยอาหารแข็งอย่างเหมาะสม และที่สำคัญเป็นการสร้างสมพฤติกรรมการกินที่ดีตลอดไปเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ทารกที่ได้รับอาหารเสริมเพียงพอทั้งชนิดและคุณภาพ จะช่วยป้องกันภาวะการขาดสารอาหารทั้งในวัยทารกและวัยก่อนเรียนได้
โดย ภญ. อ. ดร. สุญานี พงษ์ธนานิกร ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อาหารเสริมสำหรับทารก

อาหารเสริมสำหรับทารกคืออะไร?

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจถึงคำสองคำคือ อาหารเสริมสำหรับทารก กับคำว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งมีความหมายต่างกันกล่าวคือ อาหารเสริมสำหรับทารก เป็นอาหารที่เตรียมขึ้นสำหรับเลี้ยงทารกโดยเสริมจากนมแม่หรือนมผสม หรือกล่าวว่าเป็นอาหารอื่นๆ นอกเหนือจากนมที่ใช้เลี้ยงทารก แต่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือบางที่จะเรียกกันว่าอาหารเสริมนั้นหมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานเพื่อเสริมการรับประทานอาหารหลักตามปกติประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หรือไม่ครบถ้วนจากอาหารปกติ หรือมีความเบื่ออาหาร เช่น ในผู้สูงอายุเพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันอาการขาดสารอาหาร เช่น พวกวิตามิน เกลือแร่ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในผู้ใหญ่มากกว่า รูปแบบส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องดื่มผงชงดื่ม เป็นน้ำซุป หรือาจจะอยู่ในรูปเม็ด แคปซูล หรือน้ำ ก็ได้ อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้มัจุดม่งหมายสำหรับผู้ที่มีสุขภาพปกติ (ไม่ใช่สำหรับผู้ป่วย) และเพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆ
สรุปก็คืออาหารเสริมสำหรับทารกก็คืออาหารที่ให้เด็กรับประทานเสริมจากนมแม่หรือนมผสม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมขึ้นเองในครัวเรือน หรือบางครั้งอาจจำเป็นต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ขายในท้องตลาดบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งก็ต้องพิจารณาเลือกอาหารบริโภคให้เหมาะกับลูกของเราด้วย ซึ่งการจัดอาหารสำหรับลูกโดยเฉพาะในวัยทารกไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจัยที่สำคัญในการส่งเสริมให้ทารกและเด็กมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างสมวัยก็คืออาหารและการเลี้ยงดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่คนใหม่มักมีคำถามมากมาย ….. จะให้กินนมอะไรดี……..อาหารเสริมจะจัดให้ทารกเมื่อไร…….ลูกกินอะไรได้บ้าง…… จะเตรียมยังไงดี………กินแล้วจะเกิดปัญหาไหม ……. ทำไมถึงไม่ยอมกินเลย …… กินแล้วทำไมปวดท้อง …… ทำไมท้องเสีย …… ทำไม …… อย่างไร …..ฯลฯ หลายคำถามทีเดียว ซึ่งก็ไม่ได้มีสูตรสำเร็จอะไรมากนัก คุณพ่อสามารถจะเรียนรู้จากคุณย่าคุณยาย หรือคำแนะนำต่างๆ จากแพทย์ พยาบาล หรือสื่อต่างๆ (บางครั้งความเชื่อในเรื่องการกินของผู้ใหญ่สมัยก่อนก็ไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีการติดตามข้อมูลข่าวสารใหม่อย่างสม่ำเสมอ) และที่สำคัญเรียนรู้จากการดูแลและสังเกตลูกอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ปรับและเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก

โดย ภญ. อ. ดร. สุญานี พงษ์ธนานิกร ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

น้องแพรวา....หน้ากล้อง พ่อถ่ายเอง