ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี สายบางพลี สมุทรปราการ จันทบุรี สกลนคร เพื่อสมทบทุนสร้างรูปปั้นเหมือน หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ณ วัดประชานิยม ตำบลหนองหลวง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
ประธานฝ่ายสงฆ์
พระราชญาณมุนี (หลวงปู่กร)
เจ้าอาวาส วัดประชานิยม บ้านหนองหลวง ตำบลหนองหลวง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
ประธานฝ่ายฆราวาสดำเนินการ
นายอาณัติ คำสม นางสาวธารทิพย์ พิกุลทอง เด็กหญิงทิพย์ธารา คำสม ครอบครัวคำสม และครอบครัวพิกุลทอง
รองประธานฝ่ายฆราวาสดำเนินการ
คุณ อรัญญา พิมพาเลีย คุณปวริศา ชาศรี คุณอุลัยวรรณ คิดคำนวณ คุณ มะลิ โพธิขี คุณ พิชิต สายกัน คุณบานชื่น สุวรรณ คุณ นิเทศ ปทุมพงษ์ คุณ รุ่งนิตยา ปทุมพงษ์ คุณมยุรา ศุภมงคลศิริ คุณอิ๋ว พิมพาเลีย คุณสำเนียง แสงโยธา คุณวิสุทธิ์ วรรณพัฒน์ คุณวิชัย แสงจันทร์ คุณไพวัลย์ ศรีคัดเค้า คุณพิทักษ์ สารบรรณ คุณสมเด็จ ดวงหล้า คุณกิตติยาภร อรบุตร นายทวีศักดิ์ จันทะนัด
กรรมการสาย ศิษย์เก่าคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ประธาน
คุณชุมพล ธารสวิง
กรรมการ
คุณประจวบ น้อยอามาตย์ คุณเทพิดา สุยคำไฮ คุณสมคิด บุญตาท้าว คุณจันทร์เพ็ญ คุณประกิจ สักทอง
คุณประภาพร คำภักดีและครอบครัว
กรรมการสาย บริษัท สหะเจริญโลหะพลาสติกภัณฑ์ จำกัด บางพลี สมุทรปราการ
ประธาน
คุณ กมลทิพย์ วิมลประภาพร คุณสรศักดิ์ บุญจันทร์ คุณจำเนียร คุณสุนิดา ด.ญ.จิราภา กลิ่นจุ้ย คุณจำลอง กบกลางดอน พร้อมครอบครัว นางสาวณัฐนรี คำเสรีและครอบครัว อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร คุณ นภดล พูลพุทธพงษ์ และครอบครัว
รองประธาน
ครอบครัวเลิศกิตติวงศ์ นางฐิติมนต์ นิยมกิตติทัศน์ และ ด.ญ.เพ็ญพิมล สิทธิอลังกานนท์ อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร
คุณพิชญา แสงจันทร์ และครอบครัว คุณพิมธาดา ทิพย์ตระกูล คุณสุนันท์ จิ๋วปัญญาและครอบครัว คุณกัลยา พุกเจริญและครอบครัว คุณสัมฤทธิ์ คุณวรรณา การบรรจง
กรรมการ
คุณยุพิน พากเพียรและครอบครัว คุณรักประคอง โพธิ์ศรีและครอบครัว นางสาวดวงใจ สังกะวิน อุทิศให้มารดา
คุณทองดี คุณทองสาย อุรา คุณวีระพงษ์ จงศุจิพันธ์ คุณสุวิทย์ คุณนิรุชา ลีรัตน์ คุณกุหลาบ วาดโคกสูง และครอบครัว คุณแววตา ชำนาญดีและครอบครัว ครอบครัวอินทร์เรืองและครอบครัวนันทสุข ด.ช.ธัยนัตย์ เพ็ชรนอก ด.ญ.อภิชญา ด.ญ.เกตน์นิภา วงศ์เหลาและครอบครัว คุณพรชัย คุณหรรษา ยะแสง อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร นางสาวพิกุล แสงพันอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร นางสาวบุษบา ลายสน อุทิศให้บิดา คุณธนากรณ์ ชัยวิรัต คุณชลัต โชติกาและคุณ ศุภากร ด้วงนิล คุณประวัตร คุณบุปผา ด.ช. ปรเมธ ทานุมา และครอบครัว ฉิมพาลี คุณฐิติกร คุณวิรัต ด.ช. ธีรธัช ผักใหม คุณสังข์ทอง ไชยปัดทุมและครอบครัว คุณสุวิสุทธิ์ จันทร์จำรัส คุณบุญเงิน อาจโนนเปลือยและครอบครัว คุณอุเทน สุนทงศิริและครอบครัว คุณสิรภพ วงศ์เหลา และครอบครัว คุณพรทิพย์ ชวรัตนวงศ์ คุณอภิญญา พุ่มรักษ์ และครอบครัว คุณอำพล คุณจุฑามาศ ด.ญ. ณิชชาอร ฤกษ์สิริเดช คุณวิภาดา คุณไกรลาศ นาทันคิด อุทิศให้ นางสาว นิรดา นาทันคิด
คุณณัฏชนน ฟูธรรม และ นางกรชนก สุริยะกันตี คุณชัยมงคล ศิลธรและครอบครัว คุณสุภี คาระมาตย์ และครอบครัว
คุณศรีนวล รัตนเศวตร์ คุณน้อยหน่า สีขาว คุณนิรุธ คุณมยุลี ด.ช.ศรยุธ ด.ญ.ศิริยากร เพ็ชรภา คุณยุพา คุณชะลอ พร้อมครอบครัวชูแว่น , ชื่นผล คุณวรี อัดตะพันธ์ คุณสมชาย ไกรทองสุข คุณสมร ศรัทธามาก คุณจรัญ คุณดวงกมล ด.ญ.วิภา โกติรัมย์ คุณสมชาย คุณพัชรี ฝำฝน และครอบครัว คุณชาญ คุณยุพิน สิงห์โสภาและครอบครัว คุณทองมี ศรีอุต คุณเพ็ญจันทร์ สิงหาพันธุ์ ด.ญ.พัชราภา บันลือเสียง อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร คุณจุฑาภรณ์ ด.ช.เมธัส จันทร์งาม และครอบครัว คุณสุวรรณ ปิ่นเพชร และครอบครัว คุณสำลี สารคุณ คุณดวงเดือน คุณไพรัตน์ น้อยจังหาญและครอบครัว คุณสุพรรณ คุณประสิทธิ์ เสือปู่ และครอบครัว คุณอุไลวรรณ ทองดี และคุณวินัย โคประโคนพร้อมครอบครัว คุณจำนง คาระมาตย์ และครอบครัว คุณอุไร ทานุมาและครอบครัว คุณสมนึก สุนทงศิริ คุณประภัสสร ศรีสนอง คุณสุบรรณ เค้าเกลือ คุณจำลอง สืบเพ็ดและครอบครัว คุณศรีอุดร แขนโคกกรวด คุณธีรยุทธ วิชัยยุทธ คุณณรงค์ สีหานารินทร์ ด.ช.รัชชานนท์ ผืนจิตต์ และครอบครัว น.ส.ประไพพร นายเผดิมชัย โสรินทร์ อุทิศให้ นายทองดี นางจันทร์ใด โสรินทร์ น.ส.สุภาพ กบกลางดอน อุทิศให้แม่แก้ว กบกลางดอน นายบุญยง นางจิตสมพร เพ็ชรวิเศษ คุณจอม แก้วสมนึก อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร คุณกัญญา ภูฆัง และครอบครัวอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร คุณทองหนัก วาดโคกสูง คุณวิดร คุณบุญเรือง อุตรส ด.ช.นนทพัทธ์ ด.ช.ธีรดนย์ สิงหาพันธุ์ อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร นายมนไพร นางสาวปรางรัตน์ พุ่มผล นายสุพจน์ แทนจะโปะ นายวงศ์วริศ จารุชัยเรืองรอง นายบุญช่วย โพธิ์ทองและครอบครัว คุณพวงมาลัย คุณสุชาติ ชูเชิดและครอบครัว คุณปรีชา อรัญญ และครอบครัว คุณเคลื่อนทอง วังชิ้นและครอบครัว คุณเจษฎา คงเพ็ชรศักดิ์และครอบครัว คุณนิยม ไชยลาภ และครอบครัว คุณภูวดล คุณจันทร์เพ็ญ แสนหลวง คุณบอพิศ เลื่อนลอย คุณทองจันทร์ แข็งไข คุณสัญญา ศรีดี และคุณยุพิน บุญมา อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร ด.ช.ภีรดนัย สิงห์โสภา อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร คุณสำรวย ล้อมวัง คุณบุญเรียน ราศรี คุณจันทร์เพ็ญ พลทองเติม
กรรมการสาย บริษัท สหะเจริญโลหะพลาสติกภัณฑ์ จำกัด อมตะซิตี้ ระยอง
คุณอุลัย เมินขุนทด และครอบครัว คุณภูทิต ไกรทอง นายวิวัฒ วงมาลี คุณสุกันญา วารินิล ด.ช.ชญานนท์ วงมาลี
นายณัฐพร นฤมลต์ นางสาวพานทอง ศิริภักดิ์ ด.ช.ภานุพงษ์ เกตุเถื่อน คุณบรรจง สีหามาตย์ คุณบัวบาน ยืนยั่งพร้อมครอบครัว คุณวัชราภรณ์ พรมหนู พร้อมครอบครัว คุณชรินทร์ จินดาเพ็งพร้อมครอบครัว คุณสมาน คุณนพวัน และครอบครัวพิมหนองหว้า คุณธัญโญ คุณวนิดา คุณปฏิภาณ ห่อลี อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร คุณเกษดา สาจิตร และครอบครัว คุณวารี มุยปองและครอบครัว คุณวิชัย ด.ช.กิตติชัย ด.ช.ธวัชชัย นามวงษาและครอบครัว คุณชลาธร จินดาเพ็ง อุทิศให้ย่าฟื้น จินดาเพ็ง คุณพิมพา สุนทราภ์ อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร เกียดนอก คุณสนอง ชำนาญดีอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร คุณแม่สุตรี และคุณพูลสุข ไชยปัดทุม คุณอริดา สุขหา อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร คุณชัชชัย คุณวิรัช ด.ช.นนทนันท์ นนทะโคตร อุทิศให้แม่เล็ก ชะเมาะชาติ คุณพีรยา วิลาพรรณ คุณจันทิมา มุ่งร่วมกลาง พร้อมครอบครัว คุณพนมพร จันทร์แจ้ง คุณยงยุทธ ชาณุศร พร้อมครอบครัว
กรรมการสาย บริษัท คอสมอสบริวเวอร์รี่ (ประเทศไทย) จำกัด วังน้อย พระนครศรีอยุธยา
คุณพิมพ์วิสาข์ อนงค์เวช คุณกิตติลักษณ์ ชุ่มอ่วมและครอบครัว คุณผ่องพรรณ วารีและครอบครัว คุณยุพา ชมสุวรรณ เด็กชาย ภูริภัทร ภู่ทองงาม และครอบครัว ครอบครัวตันตรัตนพงษ์ อุทิศให้นางลิ้นจี่ บุญรอด คุณธนารัตน์ สยุมพรและบิดามารดา คุณสุนทรี ล้ออร่ามและครอบครัว คุณอนุรักษ์ พ่วงโพธิ์ และ คุณประไพ เจดีย์ คุณวรนุช จึงเจริญทรัพย์และครอบครัว คุณวิยะกาญจน์ ชวดชุม และครอบครัว คุณวิชิต รื่นเพียรและบิดามารดา พี่จอย ป้าจิตร
**หากรายชื่อท่านใด ผิด ตกหล่นประการใดต้องขออภัยมา ณ โอกาส นี้ด้วยครับ **
จากการรวบรวมเงินบริจาคเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 54 และได้ทำการทอดถวายที่วัดประชานิยม เป็นเงินทั้งสิ้น 95,199 บาท
วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554
วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2554
น้องแพรวา ...อายุครบ 4 เดือนเต็ม
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2553 วันนั้นตอนเช้าเราสองคน ว่าที่คุณพ่อคุณเราจัดกระเป๋าเตรียมไป รพ.กันตั้งแต่หลายคืน เช้าวันที่ 11 เราตื่นแต่เช้ารีบจัดแจงธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย อยากให้วันที่ 11 ธ.ค. 53 เป็นวันที่ว่าที่คุณแม่ไม่รู้สึกกังวลอะไร ถ้าคุณหมอตัดสินใจผ่าตัดคลอดในวันนั้นเราก็อยากให้ลูกสาวเราที่จะเกิดมาไม่เครียดอารมดีตลอดเวลา เราไม่อยากให้คุณแม่เครียดแต่เรากลับเครียดแทน มันบอกไม่ถูกผู้ชายทุกคนที่เมียกำลังจะคลอดคงต้องมีอารมณ์แบบนั้นเหมือนเรา แต่ทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยดี คุณหมอผ่าตักคลอดน้องแพรวาเสร็จเวลาประมาณ 11.00 น.เป็นที่โล่งใจของทุกฝ่าย น้องแข็งแรงดี นน.แรกเกิด 2.3 kg ณ ตอนนี้จากที่อุ้มชั่งได้ประมาณ 5.5 kg 3 เดือนกว่าจะสีเดือนทำน้ำหนักเป็นที่น่าพอใจครับ วันนี้แพรวากลับไปเยี่ยมคุณตาที่สุพรรณบุรี คุณพ่อ คุณแม่ยังต้องทำงานคับ แล้วเมื่อไหร่จะได้อยู่ดูแลลูกเอง ....ถ้ายังต้องทำงานประจำ
Labels:
น้องแพรวา
วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554
คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้
คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้...เดิน เดิน เดิน เดินไม่หยุดก็ถึงจุดหมาย
ขอขอบคุณ แนวความคิดดี ๆ จาก พี่โจ PH14
เพลง กล้าเปลี่ยน http://www.mediafire.com/?d8r1wjel0i41dm7
ขอขอบคุณ แนวความคิดดี ๆ จาก พี่โจ PH14
เพลง กล้าเปลี่ยน http://www.mediafire.com/?d8r1wjel0i41dm7
Labels:
คิดบวก แง่คิด ความดี
วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554
แพรวากับของเล่นชิ้นใหม่ ...น้องกระต่าย
ภาพแรก อุ้ม อยู่ ภาพ สอง จะกินกระต่ายซะแล้วลูกสาวเรา พ่อรักหนู เป็นห่วงหนูนะครับ วันนี้ไม่ได้กลับนะ เจอกันพรุ่งนี้ตอนเย็น
Labels:
น้องแพรวา
วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554
อาหารเสริมสำหรับทารกควรเริ่มเมื่ออายุเท่าใดจึงจะเหมาะสม
อาหารเสริมสำหรับทารกควรเริ่มเมื่ออายุเท่าใดจึงจะเหมาะสม
เมื่อลูกคลอดจากครรภ์มารดา “นมแม่” เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด ซึ่งประกอบด้วยหัวน้ำนมหรือน้ำนมใส และตัวน้ำนม ซึ่งมีประโยชน์และจำเป็นทั้งสองส่วน คุณแม่ส่วนใหญ่กังวลว่าตัวเองจะมีน้ำนมในวันแรกหลังคลอด ก็ควรให้ทารกดูดนมไป่ก่อนเป้นการกระตุ้น และวันต่อๆ มาก็จะค่อยๆมีน้ำนมทีละน้อยเพิ่มขึ้นจนกระทั่งได้ 30-60 ซีซีต่อมื้อ (ใช้เวลา 10-15 นาที)
นมแม่นอกจากมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ยังสร้างภูมิต้านทานให้ลูกน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งป้องกันเรื่องการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ไม่ทำให้ลูกท้องเสีย หรือท้องผูก และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นสายสัมพันธ์เชื่อมความรัก ความอ่อนโยนระหว่างแม่กับลูก ดังนั้นในระหว่าง 3-4 เดือนแรกของชีวิตที่ลูกยังบอบบาง และกำลังปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมนอกครรภ์มารดา ลูกจึงควรได้รับแต่นมแม่ซึ่งธรรมชาติได้ปรุงแต่งให้สะอาด เหมาะสม มีคุณค่าและเพียงพอสำหรับลูกทุกคน ไม่มีความจำเป็นต้องได้รับอาหารเสริมอื่นแต่อย่างใดในช่วงนี้
ถึงแม้ว่าน้ำนมแม่ยังมีมากสำหรับลูกไปจนถึงอายุ 4-6 เดือน แต่หลังจากนั้นปริมาณของน้ำนมจะไม่เพียงพอกับการเจริญเติบโตในขวบปีแรก ซึ่งการเจริญเติบโตจะเร็วมาก โดยปกติแล้วในเดือนแรกน้ำหนักตัวของทารกจะเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม และจะเป็น 2 เท่าของน้ำหนักแรกเกิดเมื่ออายุครบ 5-6 เดือน จะเป็น 3 เท่าเมื่ออายุครบ 1 ปี แต่ถ้าเดือนแรกน้ำหนักของลูกเพิ่มขึ้นไม่ดี ประกอบกับสุขภาพของแม่ไม่แข็งแรงนัก ทำให้มีน้ำนมน้อย ก็สามารถให้นมผสมแก่ลูกเพื่อเสริมนมแม่ได้ แต่ต้องไม่หยุดให้นมแม่ทีเดียว
นมแม่อย่างเดียวมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของทารกอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป จำเป็นต้องได้รับอาหารอื่นเสริม และเมื่อทารกเติบโตขึ้นอายุ 4-5 เดือน ทารกก็เริ่มหัดเคี้ยว ดังนั้นทารกควรจะได้รับอาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลวหรืออาหารอ่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคยและสร้างลักษณะนิสัยการกินที่ดีต่อไป แรกๆ ก็จะเป็นอาหารบดละเอียด และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นอาหารที่มีเนื้อหยาบขึ้นเมื่อเริ่มมีฟันเคี้ยวได้ นอกจากนี้ยังต้องฝึกฝนกล้ามเนื้อด้วยการให้ถือช้อนถือแก้วน้ำเองบ้าง หรือหยิบอาหารชิ้นๆ กินเองได้
การเริ่มให้อาหารเสริมแก่ทารก เป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ตื่นเต้นที่ได้เห็นพัฒนาการต่างๆของลูก ขณะเดียวกันก็มีความกังวลไม่มั่นใจว่าจะทำได้ตามคำแนะนำหรือตามตำราหรือเปล่า คุณพ่อคุณแม่ก็ใช้หลักการง่ายๆ คือ เรียนรู้ถึงความพร้อมของลูก และให้อาหารเสริมแก่ลูกเมื่อลูกพร้อม ซึ่งความพร้อมนี้ไม่ได้อยู่ที่อายุอย่างเดียว ยังมีอีกหลายปัจจัย เช่น ต้องดูจากอัตราการเจริญเติบโต พัฒนาการ ความสมบูรณ์ของร่างกายและระบบประสาทของเด็ก และความต้องการสารอาหาร จากนั้นจึงจะวางแผนได้ว่าควรให้ลูกเริ่มกินอาหารเสริมเมื่อใด ชนิดใด และปริมาณแค่ไหนจึงจะเหมาะสม ซึ่งบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเรียนรู้จากการลองผิดลองถูกด้วย
องค์การอนามัยโลกได้เสนอให้เริ่มเมื่ออายุครบ 6 เดือน แต่เดิมของไทยเราเคยได้รับการแนะนำที่อายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป แต่ในปัจจุบันนี้แนะนำที่อายุครบ 4 เดือนขึ้นไป ซึ่งยังคงต้องศึกษาเพื่อหาแนวทางที่ชัดจนและเหมาะสมสำหรับทารกไทยด้วย
เมื่อลูกคลอดจากครรภ์มารดา “นมแม่” เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด ซึ่งประกอบด้วยหัวน้ำนมหรือน้ำนมใส และตัวน้ำนม ซึ่งมีประโยชน์และจำเป็นทั้งสองส่วน คุณแม่ส่วนใหญ่กังวลว่าตัวเองจะมีน้ำนมในวันแรกหลังคลอด ก็ควรให้ทารกดูดนมไป่ก่อนเป้นการกระตุ้น และวันต่อๆ มาก็จะค่อยๆมีน้ำนมทีละน้อยเพิ่มขึ้นจนกระทั่งได้ 30-60 ซีซีต่อมื้อ (ใช้เวลา 10-15 นาที)
นมแม่นอกจากมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ยังสร้างภูมิต้านทานให้ลูกน้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งป้องกันเรื่องการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ไม่ทำให้ลูกท้องเสีย หรือท้องผูก และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นสายสัมพันธ์เชื่อมความรัก ความอ่อนโยนระหว่างแม่กับลูก ดังนั้นในระหว่าง 3-4 เดือนแรกของชีวิตที่ลูกยังบอบบาง และกำลังปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมนอกครรภ์มารดา ลูกจึงควรได้รับแต่นมแม่ซึ่งธรรมชาติได้ปรุงแต่งให้สะอาด เหมาะสม มีคุณค่าและเพียงพอสำหรับลูกทุกคน ไม่มีความจำเป็นต้องได้รับอาหารเสริมอื่นแต่อย่างใดในช่วงนี้
ถึงแม้ว่าน้ำนมแม่ยังมีมากสำหรับลูกไปจนถึงอายุ 4-6 เดือน แต่หลังจากนั้นปริมาณของน้ำนมจะไม่เพียงพอกับการเจริญเติบโตในขวบปีแรก ซึ่งการเจริญเติบโตจะเร็วมาก โดยปกติแล้วในเดือนแรกน้ำหนักตัวของทารกจะเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม และจะเป็น 2 เท่าของน้ำหนักแรกเกิดเมื่ออายุครบ 5-6 เดือน จะเป็น 3 เท่าเมื่ออายุครบ 1 ปี แต่ถ้าเดือนแรกน้ำหนักของลูกเพิ่มขึ้นไม่ดี ประกอบกับสุขภาพของแม่ไม่แข็งแรงนัก ทำให้มีน้ำนมน้อย ก็สามารถให้นมผสมแก่ลูกเพื่อเสริมนมแม่ได้ แต่ต้องไม่หยุดให้นมแม่ทีเดียว
นมแม่อย่างเดียวมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของทารกอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป จำเป็นต้องได้รับอาหารอื่นเสริม และเมื่อทารกเติบโตขึ้นอายุ 4-5 เดือน ทารกก็เริ่มหัดเคี้ยว ดังนั้นทารกควรจะได้รับอาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลวหรืออาหารอ่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคยและสร้างลักษณะนิสัยการกินที่ดีต่อไป แรกๆ ก็จะเป็นอาหารบดละเอียด และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นอาหารที่มีเนื้อหยาบขึ้นเมื่อเริ่มมีฟันเคี้ยวได้ นอกจากนี้ยังต้องฝึกฝนกล้ามเนื้อด้วยการให้ถือช้อนถือแก้วน้ำเองบ้าง หรือหยิบอาหารชิ้นๆ กินเองได้
การเริ่มให้อาหารเสริมแก่ทารก เป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ตื่นเต้นที่ได้เห็นพัฒนาการต่างๆของลูก ขณะเดียวกันก็มีความกังวลไม่มั่นใจว่าจะทำได้ตามคำแนะนำหรือตามตำราหรือเปล่า คุณพ่อคุณแม่ก็ใช้หลักการง่ายๆ คือ เรียนรู้ถึงความพร้อมของลูก และให้อาหารเสริมแก่ลูกเมื่อลูกพร้อม ซึ่งความพร้อมนี้ไม่ได้อยู่ที่อายุอย่างเดียว ยังมีอีกหลายปัจจัย เช่น ต้องดูจากอัตราการเจริญเติบโต พัฒนาการ ความสมบูรณ์ของร่างกายและระบบประสาทของเด็ก และความต้องการสารอาหาร จากนั้นจึงจะวางแผนได้ว่าควรให้ลูกเริ่มกินอาหารเสริมเมื่อใด ชนิดใด และปริมาณแค่ไหนจึงจะเหมาะสม ซึ่งบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องเรียนรู้จากการลองผิดลองถูกด้วย
องค์การอนามัยโลกได้เสนอให้เริ่มเมื่ออายุครบ 6 เดือน แต่เดิมของไทยเราเคยได้รับการแนะนำที่อายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป แต่ในปัจจุบันนี้แนะนำที่อายุครบ 4 เดือนขึ้นไป ซึ่งยังคงต้องศึกษาเพื่อหาแนวทางที่ชัดจนและเหมาะสมสำหรับทารกไทยด้วย
Labels:
โภชนการเด็กทารก
อาหารเสริมสำหรับทารกมีความสำคัญอย่างไร?
อาหารเสริมสำหรับทารกมีความสำคัญอย่างไร?
ในช่วงสองขวบปีแรก ทารกจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านกายภาพ การพัฒนาด้านต่างๆ ตลอดจนทางด้านสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นผลจากการเลี้ยงดูและสารอาหารที่ได้รับ ทารกที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยสารอาหารอย่างเพียงพอจะมีความสามารถในการตอบสนองและการเรียนรู้ต่อสิ่งเร้าต่างๆ ในสิ่งแวดล้อมได้ดี ทารกแรกเกิดจะมีการประสานกันระหว่างการดูด การกลืน และการหายใจ ดังนั้นแรกๆ ก็จะควรได้รับแต่อาหารที่เป็นของเหลวเท่านั้น ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาการเคี้ยว การควบคุมศีรษะ ความสามารถในการเคลื่อนไหว การทรงตัวในท่านั่ง และความสามารถในการคว้า กำมือ จึงจะเริ่มให้อาหารที่มีลักษณะเป็นกึ่งแข็งกึ่งเหลว และของแข็งตามลำดับ
อาหารเสริมสำหรับทารกมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ทารกมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีพัฒนาการด้านการเคี้ยว การกลืน และการย่อยอาหารแข็งอย่างเหมาะสม และที่สำคัญเป็นการสร้างสมพฤติกรรมการกินที่ดีตลอดไปเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ทารกที่ได้รับอาหารเสริมเพียงพอทั้งชนิดและคุณภาพ จะช่วยป้องกันภาวะการขาดสารอาหารทั้งในวัยทารกและวัยก่อนเรียนได้
โดย ภญ. อ. ดร. สุญานี พงษ์ธนานิกร ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในช่วงสองขวบปีแรก ทารกจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านกายภาพ การพัฒนาด้านต่างๆ ตลอดจนทางด้านสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นผลจากการเลี้ยงดูและสารอาหารที่ได้รับ ทารกที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยสารอาหารอย่างเพียงพอจะมีความสามารถในการตอบสนองและการเรียนรู้ต่อสิ่งเร้าต่างๆ ในสิ่งแวดล้อมได้ดี ทารกแรกเกิดจะมีการประสานกันระหว่างการดูด การกลืน และการหายใจ ดังนั้นแรกๆ ก็จะควรได้รับแต่อาหารที่เป็นของเหลวเท่านั้น ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาการเคี้ยว การควบคุมศีรษะ ความสามารถในการเคลื่อนไหว การทรงตัวในท่านั่ง และความสามารถในการคว้า กำมือ จึงจะเริ่มให้อาหารที่มีลักษณะเป็นกึ่งแข็งกึ่งเหลว และของแข็งตามลำดับ
อาหารเสริมสำหรับทารกมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ทารกมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีพัฒนาการด้านการเคี้ยว การกลืน และการย่อยอาหารแข็งอย่างเหมาะสม และที่สำคัญเป็นการสร้างสมพฤติกรรมการกินที่ดีตลอดไปเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ทารกที่ได้รับอาหารเสริมเพียงพอทั้งชนิดและคุณภาพ จะช่วยป้องกันภาวะการขาดสารอาหารทั้งในวัยทารกและวัยก่อนเรียนได้
โดย ภญ. อ. ดร. สุญานี พงษ์ธนานิกร ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Labels:
โภชนการเด็กทารก
อาหารเสริมสำหรับทารก
อาหารเสริมสำหรับทารกคืออะไร?
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจถึงคำสองคำคือ อาหารเสริมสำหรับทารก กับคำว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งมีความหมายต่างกันกล่าวคือ อาหารเสริมสำหรับทารก เป็นอาหารที่เตรียมขึ้นสำหรับเลี้ยงทารกโดยเสริมจากนมแม่หรือนมผสม หรือกล่าวว่าเป็นอาหารอื่นๆ นอกเหนือจากนมที่ใช้เลี้ยงทารก แต่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือบางที่จะเรียกกันว่าอาหารเสริมนั้นหมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานเพื่อเสริมการรับประทานอาหารหลักตามปกติประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หรือไม่ครบถ้วนจากอาหารปกติ หรือมีความเบื่ออาหาร เช่น ในผู้สูงอายุเพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันอาการขาดสารอาหาร เช่น พวกวิตามิน เกลือแร่ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในผู้ใหญ่มากกว่า รูปแบบส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องดื่มผงชงดื่ม เป็นน้ำซุป หรือาจจะอยู่ในรูปเม็ด แคปซูล หรือน้ำ ก็ได้ อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้มัจุดม่งหมายสำหรับผู้ที่มีสุขภาพปกติ (ไม่ใช่สำหรับผู้ป่วย) และเพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆ
สรุปก็คืออาหารเสริมสำหรับทารกก็คืออาหารที่ให้เด็กรับประทานเสริมจากนมแม่หรือนมผสม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมขึ้นเองในครัวเรือน หรือบางครั้งอาจจำเป็นต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ขายในท้องตลาดบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งก็ต้องพิจารณาเลือกอาหารบริโภคให้เหมาะกับลูกของเราด้วย ซึ่งการจัดอาหารสำหรับลูกโดยเฉพาะในวัยทารกไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจัยที่สำคัญในการส่งเสริมให้ทารกและเด็กมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างสมวัยก็คืออาหารและการเลี้ยงดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่คนใหม่มักมีคำถามมากมาย ….. จะให้กินนมอะไรดี……..อาหารเสริมจะจัดให้ทารกเมื่อไร…….ลูกกินอะไรได้บ้าง…… จะเตรียมยังไงดี………กินแล้วจะเกิดปัญหาไหม ……. ทำไมถึงไม่ยอมกินเลย …… กินแล้วทำไมปวดท้อง …… ทำไมท้องเสีย …… ทำไม …… อย่างไร …..ฯลฯ หลายคำถามทีเดียว ซึ่งก็ไม่ได้มีสูตรสำเร็จอะไรมากนัก คุณพ่อสามารถจะเรียนรู้จากคุณย่าคุณยาย หรือคำแนะนำต่างๆ จากแพทย์ พยาบาล หรือสื่อต่างๆ (บางครั้งความเชื่อในเรื่องการกินของผู้ใหญ่สมัยก่อนก็ไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีการติดตามข้อมูลข่าวสารใหม่อย่างสม่ำเสมอ) และที่สำคัญเรียนรู้จากการดูแลและสังเกตลูกอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ปรับและเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก
โดย ภญ. อ. ดร. สุญานี พงษ์ธนานิกร ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจถึงคำสองคำคือ อาหารเสริมสำหรับทารก กับคำว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งมีความหมายต่างกันกล่าวคือ อาหารเสริมสำหรับทารก เป็นอาหารที่เตรียมขึ้นสำหรับเลี้ยงทารกโดยเสริมจากนมแม่หรือนมผสม หรือกล่าวว่าเป็นอาหารอื่นๆ นอกเหนือจากนมที่ใช้เลี้ยงทารก แต่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือบางที่จะเรียกกันว่าอาหารเสริมนั้นหมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานเพื่อเสริมการรับประทานอาหารหลักตามปกติประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ หรือไม่ครบถ้วนจากอาหารปกติ หรือมีความเบื่ออาหาร เช่น ในผู้สูงอายุเพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันอาการขาดสารอาหาร เช่น พวกวิตามิน เกลือแร่ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในผู้ใหญ่มากกว่า รูปแบบส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องดื่มผงชงดื่ม เป็นน้ำซุป หรือาจจะอยู่ในรูปเม็ด แคปซูล หรือน้ำ ก็ได้ อย่างไรก็ตามผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้มัจุดม่งหมายสำหรับผู้ที่มีสุขภาพปกติ (ไม่ใช่สำหรับผู้ป่วย) และเพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆ
สรุปก็คืออาหารเสริมสำหรับทารกก็คืออาหารที่ให้เด็กรับประทานเสริมจากนมแม่หรือนมผสม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถเตรียมขึ้นเองในครัวเรือน หรือบางครั้งอาจจำเป็นต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ขายในท้องตลาดบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งก็ต้องพิจารณาเลือกอาหารบริโภคให้เหมาะกับลูกของเราด้วย ซึ่งการจัดอาหารสำหรับลูกโดยเฉพาะในวัยทารกไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจัยที่สำคัญในการส่งเสริมให้ทารกและเด็กมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการอย่างสมวัยก็คืออาหารและการเลี้ยงดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่คนใหม่มักมีคำถามมากมาย ….. จะให้กินนมอะไรดี……..อาหารเสริมจะจัดให้ทารกเมื่อไร…….ลูกกินอะไรได้บ้าง…… จะเตรียมยังไงดี………กินแล้วจะเกิดปัญหาไหม ……. ทำไมถึงไม่ยอมกินเลย …… กินแล้วทำไมปวดท้อง …… ทำไมท้องเสีย …… ทำไม …… อย่างไร …..ฯลฯ หลายคำถามทีเดียว ซึ่งก็ไม่ได้มีสูตรสำเร็จอะไรมากนัก คุณพ่อสามารถจะเรียนรู้จากคุณย่าคุณยาย หรือคำแนะนำต่างๆ จากแพทย์ พยาบาล หรือสื่อต่างๆ (บางครั้งความเชื่อในเรื่องการกินของผู้ใหญ่สมัยก่อนก็ไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องมีการติดตามข้อมูลข่าวสารใหม่อย่างสม่ำเสมอ) และที่สำคัญเรียนรู้จากการดูแลและสังเกตลูกอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กแต่ละคนก็จะไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ ปรับและเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก
โดย ภญ. อ. ดร. สุญานี พงษ์ธนานิกร ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Labels:
โภชนการเด็กทารก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









